[Spoil] Kagami no Kuni no Harisugawa - 1

posted on 13 Jul 2011 19:57 by kunkruka
หน้าเปิด ประเดิมตอนแรก 54 หน้า

 
 

เปิดตอน พระเอกเจ้ากรรมที่พอรู้ตัวก็ถูกขังอยู่ในความมืด มองไม่เห็นอะไร ไม่ได้ยินอะไร เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ด้วยว่าช่วงเวลาในโลกนี้จะต่างกันแค่ไหน ตอนนั้นเองเขาก็ได้เห็นแสงราวกับมีหน้าต่างเปิดออก เพื่อที่จะหาคนช่วยให้เขาหนีออกไปได้ และที่เขามองเห็นนั้นก็คือ....

 
หลายปีก่อน เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่คอยเฝ้ามองเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหน และในวันหนึ่งโดยบังเอิญนั้นเด็กผู้ชายก็เห็นเด็กผู้หญิงกำลังมีอันตราย และเด็กหนุ่มก็ช่วยเธอไว้ได้ทันเพราะคอยเฝ้าดูอยู่ตลอด ในตอนนั้นสำหรับเด็กผู้ชายแล้วในวันนั้นก็รู้สึกมีความสุขที่สุดในชีวิตเลย

 
ณ โรงเรียนม.ปลายแห่งหนึ่ง ซาโตมิที่เรียกเพื่อนที่ชื่อซากิให้รอเธอก่อนเพื่อที่จะได้ไปห้องเรียนด้วยกันจนซาโตมิก็ตามทัน ซากิก็บอกซาโตมิรีบวิ่งแบบนี้กกน.ก็เปิดกันพอดี ซาโตมิที่พอรู้ตัวก็ตกใจที่ลืมตัวไปรีบมองซ้ายมองขวาดูว่ามีพวกผู้ชายเห็นรึเปล่า สำหรับพวกผู้ชายแล้วต้องรู้จักเธอกันแทบทั้งนั้นเธอมีชื่อว่า ซาโตมิ มาโอะ

 
ผู้ชายหลายต่อหลายคนหลงไปกับความน่ารักของซาโตมิ ตอนนั้นเองที่ฮาริซุกาวะมาเห็นพวกผู้ชายพูดกันก็บอกแค่ว่า "งั้นเหรอ" และพอซาโตมิหันมาเห็นฮาริซุกาวะก็รีบวิ่งเข้ามาหาฮาริซุกาวะและทักทายฮาริซุกาวะด้วยการเอากำปั้นชนกัน แต่ซาโตมิก็ถามฮาริซุกาวะด้วยว่า...

ซาโตมิ: นายเห็นกกน.ฉันใช่ไหม!!
ฮาริซุกาวะ: ไม่เห็นเฟ้ย!!! ทำไมจู่ๆก็พูดเรื่องนี้เฉยเลย

 
ซาโตมิ: นายแค่บอกว่าไม่เห็นทั้งๆที่เห็นละสิ!
ซาโตมิ: อะไรกัน คิดจะเป็นสุภาพบุรุษทำนองนี้เหรอไง
ฮาริซุกาวะ: ก็บอกว่าไม่เห็นยังไงเล่า
ฮาริซุกาวะ: ฉันไม่สนกกน.ของผู้หญิงสักหน่อย!!
ซาโตมิ: เอ๋~~ โม้รึเปล่า
ซาโตมิ: วันก่อนนายเองก็ไม่ได้ตรวจดูนิตยสารชุดว่ายน้ำที่ร้านสะดวกซื้อด้วยตอนที่พนักงานร้านเปลี่ยนจากแบบของสาวๆเป็นชายวัยกลางคน ไม่ได้บอกล่ะสิว่าซื้อไปให้เพื่อน
ซากิ: (อย่ามาพูดเรื่องแบบนี้ที่ทางเดินกันได้ไหม..)

ฮาริซุกาวะเจอประจานแบบนี้ก็เลยจะว่าซาโตมิแต่ซาโตมิก็รีบเอามือปิดแก้มฮาริซุกาวะถามว่าทำไมแก้มบวมแบบนี้ ฮาริซุกาวะที่เจอซาโตมิเอามาจับก็เลยเขินจนรีบอ้างนู้นนี้แต่ซาโตมิก็เป็นห่วงเลยบอกให้ฮาริซุกาวะเอาน้ำแข็งมาแปะไว้ดีกว่าแล้วซาโตมิก็ขอตัว

 
ทันทีนั้นเพื่อนก็เข้ามาถามฮาริซุกาวะว่าทำไมมีแต่ฮาริซุกาวะที่สนิทกับซาโตมิขนาดนี้ก็เลยถามว่าเพราะอุบัติเหตุตอนนั้นรึเปล่า ฮาริซุกาวะก็บอกว่าเขาแค่บังเอิญช่วยชีวิตซาโตมิเท่านั้นไม่มีอะไรพิเศษกว่านั้น แต่เพื่อนๆก็บอกแบบนี้มันถือว่าพิเศษแล้วและบอกว่าฮาริซุกาวะไม่ได้ยินเหล่าผู้ชายที่กำลังอิจฉาตาร้อนเหรอไง ฮาริซุกาวะก็บอกตอนนั้นเขาถึงกับขาหักซี่โครงร้าวเลยนะเฟ้ย

ฮาริซุกาวะก็รู้ว่าซาโตมิเป็นที่รู้จักของพวกผู้ชายแต่เขาไม่ได้สนใจซาโตมิแบบนั้นหรือประมาณว่าตัวฮาริซุกาวะเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจากที่คุยกันนิดๆหน่อยๆกลายเป็นวิ่งเข้ามาคุยกันแบบนี้ได้ ถึงจะคุยกันแต่ก็คุยกันแบบเพื่อนกันเท่านั้น

 
แต่เพื่อนก็เห็นว่านอกจากฮาริซุกาวะแล้วซาโตมิก็ไม่มีเพื่อนผู้ชายคนอื่นเลย ไม่ว่าใครต่อใครก็ถูกปฎิเสธหมดแต่กลับเข้าหาฮาริซุกาวะด้วยตัวเอง แล้วเพื่อนก็พูดถึงเรื่องเมื่อเช้าที่อุชิจิม่าที่อยู่ปี 3 ที่เข้ามาหาฮาริซุกาวะด้วยความโกรธไม่บอกถึงเหตุผลอะไรทั้งนั้นบอกแค่ทั้งหมดเป็นเพราะฮาริซุกาวะและก็ต่อยฮาริซุกาวะทันที นั้นก็เลยทำให้ฮาริซุกาวะได้แก้มบวมมา ด้านซากิพอพวกผู้ชายพูดๆกันก็เลยถามซาโตมิ

ซากิ: มาโอะ
ซาโตมิ: หืม?
ซากิ: มีใครมาสารภาพรักกับเธองั้นเหรอ
ซาโตมิ: !!!?

 
ซาโตมิก็ถึงกับเขย่าตัวซากิถามว่ารู้ได้ยังไง ซากิก็บอกพอซาโตมิมีคนมาสารภาพทีไรก็เป็นทุกครั้งเลยที่เจ้านั้นจะมีอะไรแปลกๆ ซาโตมิก็ไม่เข้าใจว่าพูดเรื่องอะไรแล้วซากิก็เผ่นเข้าห้องเรียนไปเลย

ด้านฮาริซุกาวะที่ก็รู้ว่าว่าซาโตมิน่ารักขนาดไหน แถมยังฉลาด ใจดีอีก แล้วที่บอกไปว่าไม่ได้สนใจนั้นแน่นอนว่าไม่มีทาง ฮาริซุกาวะชอบซาโตมิสุดๆ หลงรักซาโตมิหักปรักหัวปรัมจนเรียนอย่างหนักเพื่อให้ได้เข้าโรงเรียนม.ปลายเดียวกัน

 
แต่กระนั้นฮาริซุกาวะก็ยังรู้สึกเจ็บใจเพราะความที่มากเกินไปและดูเหมือนจะอันตรายที่จะหวังไปให้ได้มากกว่านี้ ฮาริซุกาวะยังคงเพียง "คนช่วยชีวิต" สำหรับซาโตมิ ฮาริซุกาวะเองก็ใช้สิ่งนั้นจนได้เป็นเพื่อนกับซาโตมิ ฮาริซุกาวะคิดว่าหากซุ่มซ่ามไปหวังมากยิ่งกว่านั้นแล้วละก็....

ซาโตมิ: ขอโทษนะ...
ซาโตมิ: เรื่องที่ช่วยชีวิตฉันรู้สึกขอบคุณด้วยใจจริง
ซาโตมิ: แต่ฉันก็ไม่อยากแบ่งปั่นความรู้สึกแบบนั้นกับเธอ..
ซาโตมิ: แบบนี้ยิ่งทำให้ไม่สบายใจ.. ขอล่ะอย่ามาพูดกับฉันอย่างที่เคยอีกเลย!!!

ฮาริซุกาวะที่ไม่ต้องการให้เจอจุดจบแบบนั้น และถึงไม่ได้พูดจากปากตัวเองแต่ข่าวลือเองก็ยังเข้าหูซาโตมิแต่ซาโตมิก็ปฎิเสธท่าเดียว ฮาริซุกาวะคิดในแง่ดีว่าแบบนั้นแล้วก็ทำให้รู้ว่าตัวเองจะได้ไม่ต้องไปเสี่ยงทำลายความสัมพันธ์

 
ด้วยเหตุนี้ฮาริซุกาวะจึงยอมฝังความรักของตัวเองเก็บไว้ แม้จะคิดว่าตัวเองทุกข์ใจขนาดนี้ ไม่ได้เรื่องขนาดนี้ ไก่อ่อนขนาดนี้ ก็ไม่มีใครรู้ไม่มีใครได้ยิน เป็นความเจ็บปวดที่ฮาริซุกาวะได้เลือกแล้ว

หลังเลิกเรียนขณะที่ซาโตมิกำลังกลับบ้านและแยกจากซากิ ซาโตมิก็มาเห็นแสงเล็กๆจากร้านแห่งหนึ่งพอมองดูก็เห็นว่าเป็นร้านของของราคาถูก และแสงที่ซาโตมิเห็นก็คือกระจกแต่ก็เป็นกระจกที่เก่าและมีฝุ่นเต็มไปหมด

 
แต่สุดท้ายซาโตมิก็ยังซื้อมาโดยไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันก็เลยกระวนกระวายใจว่าตัวเองจะซื้อมาทำไม และพอเดินมาอีกหน่อยซาโตมิก็มาเจอฮาริซุกาวะก็เลยตะโกนเรียก สำหรับฮาริซุกาวะคิดว่าโชคดีที่วันนี้ได้เจอซาโตมิถึงสองครั้งแถมปกติแล้วก็ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกันอยู่แล้วเพื่อหลบสายตาจากคนอื่นๆ พอได้มาเจอซาโตมิแบบนี้ก็เลยดีใจขึ้นมา ซาโตมิก็วิ่งมาหาฮาริซุกาวะเพื่อให้ดูกระจก

แต่ฮาริซุกาวะที่ตกเป็นทาสของการที่เอาแต่เฝ้ามองซาโตมินั้นก็ทำให้ฮาริซุกาวะได้เข้ามาช่วยในช่วงความเป็นตายของซาโตมิอีกครั้ง

 
และแน่นอนว่าครั้งนี้ฮาริซุกาวะก็ต้องช่วยเธออีกครั้ง พอฮาริซุกาวะเห็นมีรถที่จู่ๆก็วิ่งมาอยู่ต่อหน้าซาโตมิ ฮาริซุกาวะก็รีบวิ่งไปผลักซาโตมิให้พ้นจากรถ จนทันทีนั้น....

 
เจ้าของรถรีบวิ่งลงมาดูว่าซาโตมิเป็นอะไรรึเปล่าและเจ้าของรถที่เกือบชนซาโตมิก็เพราะพึ่งจะหลบแมวมาก็เลยเสียการควบคุม ซาโตมิก็สั่นกลัวแต่ไม่ใช่ที่ว่าตัวเธอจะโดนรถชนแต่เป็นฮาริซุกาวะที่เข้ามาช่วยเธอจนเข้ามาขวางหน้ารถซะเอง ซาโตมิเลยรีบมองหาฮาริซุกาวะเพราะคิดว่าโดนชนแน่ๆ แต่เจ้าของรถก็สงสัยว่าคนอื่นด้วยเหรอ แต่ไม่ว่าซาโตมิจะมองไปทางไหนก็หาฮาริซุกาวะไม่เจอเลยยิ่งทำให้ซาโตมิแปลกใจว่างั้นใครกันที่ช่วยเธอ

 
ซาโตมิก็ถามคนขับว่าเห็นคนที่เข้ามาช่วยเธอไหม แต่คนขับกลัวที่จะชนซาโตมิก็เลยเผลอหลับตาพอดี ซาโตมิมั่นใจว่าฮาริซุกาวะต้องอยู่แน่นอนก็ตะโกนถามหาใหญ่ ตอนนั้นเองฮาริซุกาวะก็รู้สึกตัว

 
พอรู้สึกตัวฮาริซุกาวะก็เห็นว่าตัวเองอยู่ที่ไหนไม่รู้ มีแต่ความมืดมองไม่เห็นอะไรเลยจนคิดว่าตัวเองตายแล้วก็เลยกระวนกระวายใหญ่ยิ่งคิดว่าจะไม่ได้เห็นซาโตมิอีกก็ยิ่งปวดใจ แต่ตอนนั้นเองตากับปากขนาดใหญ่ก็โผล่มาบอกให้ฮาริซุกาวะเงียบ

 
ฮาริซุกาวะก็จะถามอีกฝ่ายว่าเป็นใครแต่ยังพูดไม่ทันจบอีกฝ่ายก็บอกว่าอยู่ในกระจก ฮาริซุกาวะถูกดึงเข้ามาในกระจกที่มีพลังเวทที่จะดูดมนุษย์ผู้ที่อยู่ริมขอบแห่งชีวิตและความตายเข้ามา อีกฝ่ายบอกตอนนั้นฮาริซุกาวะเองก็เผลอมองกระจกในระยะประชิดพอดีด้วย ฮาริซุกาวะก็เลยรู้ว่าตัวเองตอนนั้นกำลังจะใกล้ความตายพอดีเลยทำให้เงื่อนไขที่เข้ามาในกระจกสมบูรณ์

 
และอีกฝ่ายบอกว่าเมื่อฮาริซุกาวะเข้ามาในกระจกแล้วก็จะบอกให้ฮาริซุกาวะรู้สองอย่าง

อย่างแรก ฮาริซุกาวะจะมองโลกภายนอกได้ผ่านทางพวกกระจกเท่านั้น
อย่างที่สอง ฮาริซุกาวะจะให้เพียงคนๆเดียวเท่านั้นที่รู้เรื่องกระจกเวทมนตร์นี้ได้ ถ้าหากเกินกว่านั้นเมื่อไรฮาริซุกาวะก็จะออกจากกระจกนี้ไม่ได้อีกเลยและยังไม่อาจจะมองดูโลกภายนอกได้อีก

อีกฝ่ายเลยบอกให้ฮาริซุกาวะคิดเอาเองว่าจะให้บอกความจริงกับใครและเขาจะไม่รับรู้ด้วย ฮาริซุกาวะเลยถามต่อว่าถ้าเขาออกไปไม่ได้จะเป็นยังไง อีกฝ่ายก็บอกฮาริซุกาวะจะเป็นแบบเดียวกับเขา มีเพียงตัวตนอยู่เพื่อรอวันที่จะมีคนต่อไปเข้ามาในความมืดมิดนี้ ตอนนั้นอีกอีกฝ่ายก็ตัวหดลง

 
อีกฝ่ายบอกว่าที่นี่จะอยู่ได้เพียงคนเดียวเท่านั้นและเขาก็ได้ยินเรื่องพวกนี้จากคนที่มาอยู่ก่อนแต่ในที่สุดก็หลุดพ้นแล้วแห่งช่วงเวลาที่ราวกับนิรันดรนี้ ทันทีนั้นอีกฝ่ายก็ค่อยสลายหายไปฮาริซุกาวะก็เลยรีบถามก่อนว่าเขาควรจะทำยังไง อีกฝ่ายก็บอกฮาริซุกาวะต้องพึ่งตัวเองแล้วและก็หายไป ฮาริซุกาวะก็ตะโกนบอกทำไมอย่าหายไปแบบนี้เซ่

อีกด้านซาโตมิก็กลับถึงบ้าน

 
ซาโตมิรู้สึกสงสัยสุดๆเพราะมั่นใจว่าตอนนั้นฮาริซุกาวะอยู่ด้วยแน่ๆแต่ทำไมจู่ถึงหายไปได้ ไปอยู่ไหน แถมที่ถนนก็ไม่มีร่องรอยเลยว่าฮาริซุกาวะจะโดนชน ซาโตมิยิ่งคิดยิ่งกังวลใจว่าฮาริซุกาวะจะช่วยเธอแล้วรีบกลับไปเลยโดยไม่พูดอะไรงั้นเหรอแต่แบบนั้นก็แปลกเกินไปแต่ก็คิดว่าถ้าฮาริซุกาวะไม่เป็นอะไรก็จะดีแต่ก็คิดว่าถ้าไม่ล่ะ...

ซาโตมิ: ฉัน... ถูกเขาช่วยไว้อีกแล้วสินะ

 
แต่ไม่ว่ายังไงซาโตมิก็ทนเฉยไม่ได้เลยคิดจะโทรไปหาเลยลุกขึ้นมาค้นเบอร์โทรจากหนังสือรุ่น พอเจอแล้วก็รีบโทรไปที่บ้านฮาริซุกาวะทันทีโดยไม่รู้ตัวเลยว่าได้วางกระเป๋าจนกระจกหล่นออกมา

ส่วนฮาริซุกาวะทันทีนั้นก็เห็นแสงเหมือนกับหน้าต่างก็เลยรีบเข้าไปดู

 
ด้านซาโตมิที่โทรไปถามบ้านฮาริซุกาวะก็ปรากฎว่าฮาริซุกาวะยังไม่กลับก็เลยคิดว่ายังไงก็ต้องหาให้เจอให้ได้

ด้านฮาริซุกาวะที่รีบมองดูโลกภายนอกแต่ปรากฎว่าสิ่งที่เห็นนั้นคือ....

 
ฮาริซุกาวะถึงกับตะโกนร้องด้วยความตกใจ ซาโตมิที่ได้ยินเสียงฮาริซุกาวะก็ตกใจรีบหันไปดูว่าเป็นใคร

 
แต่มองดูรอบๆแล้วก็ไม่มีเลยคิดว่าคิดไปเองรึเปล่าแต่ก็แน่ใจว่าไม่ใช่แน่ เลยรีบไปดูนอกหน้าต่างคิดว่าเป็นพวกโรคจิตรึเปล่าแต่ก็ไม่เจอใครเลย ด้านฮาริซุกาวะตกใจเกินไปหน่อยที่มองดูภายนอกปุ๊บก็มาเจอกกน.หญิงของใครก็ไม่รู้เข้า แต่ก็พยายามจะลองดูอีกหนและคราวนี้ก็เช่นเดิมแต่เป็นด้านหน้าทำเอาฮาริซุกาวะตะโกนตกใจอีกรอบ

 
ตอนนั้นเองซาโตมิเลยรู้แล้วว่าเสียงมาจากในกระจก และพอนึกถึงเสียงที่ได้ยินว่าเป็นใครก็เริ่มนึกได้และใช่แน่นอน ด้านฮาริซุกาวะเองก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นซาโตมิ ซาโตมิที่พอเห็นหน้าฮาริซุกาวะในกระจกก็ตกใจรีบหันไปดูด้านหลังแต่ก็ไม่เจอสงสัยจนขนาดมองด้านหลังกระจกเลยทีเดียว

 
ซาโตมิที่ได้รู้ว่าฮาริซุกาวะอยู๋ในกระจกก็ตกใจใหญ่ ยังไม่อยากจะเชื่อว่าฮาริซุกาวะจะเข้าไปอยู่ในกระจกจริงๆไม่ใช่เป็น iPad ที่มองเห็นกันใช่ไหม ซาโตมิก็กังวลเพราะไม่รู้เลยว่ากระจกบานนี้จะทำเรื่องแบบนี้ได้ ฮาริซุกาวะเองก็นึกได้ว่าตอนที่ซาโตมิกำลังจะโดนชนนั้นในมือก็ถือกระจกอยู่นั้นเอง และตอนนั้นพอฮาริซุกาวะมองหน้าซาโตมิแบบประชิดก็เผลอคิดว่า "น่ารัก"

 
ฮาริซุกาวะไม่เคยคิดเลยว่าจะได้มองใกล้ซาโตมิขนาดนี้ถึงจะมองผ่านกระจกก็ตามก็เลยเริ่มประหม่า และพอมาคิดดูว่าก่อนหน้านี้ได้เห็นของน่าอัศจรรย์ของซาโตมิแล้วฮาริซุกาวะก็ถึงขั้นกำเดาพุ่งจนซาโตมิตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ฮาริซุกาวะก็รีบเอามือปิดจมูกบอกไม่มีอะไร

ซาโตมิบอกให้ฮาริซุกาวะเลิกเล่นได้แล้วให้ออกมาแต่ฮาริซุกาวะก็บอกไม่รู้ว่าจะออกยังไง ในโลกภายในก็มีแต่ความมืดและมองเห็นโลกภายนอกได้อย่างเดียวหรือจะส่งเสียงออกไปได้ถ้าเห็นแสงผ่านกระจก ฮาริซุกาวะก็บอกตอนที่ซาโตมิรู้ปุ๊บก็รีบคว่ำกระจกเพื่อเปลี่ยนเสื้อนั้นหน้าต่างฝั่งของเขานั้นหายไปและเสียงก็ส่งออกไปไม่ถึงด้วย

 
และตอนนั้นเองที่มีแม่ซาโตมิบอกมีเพื่อนมาหาซาโตมิ นั้นคือซากิกับคนอื่นๆ ฮาริซุกาวะที่พอรู้ว่าเพื่อนๆซาโตมิมาก็รีบบอกซาโตมิเรื่องที่หากมีคนอื่นรู้เรื่องกระจกนี้เขาจะออกไปไม่ได้อีกเลย ซาโตมิก็ตกใจคิดว่าล้อเล่นฮาริซุกาวะก็บอกไม่ได้ล้อเล่นเลยบอกให้ฮาริซุกาวะปิดเป็นความลับด้วยซาโตมิก็บอกตกลงและตอนนั้นซากิก็เข้ามาพอดี ซาโตมิก็รีบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต้อนรับพวกซากิ

 
ซาโตมิก็ถามพวกซากิว่าทำไมจู่ๆถึงมากัน ซากิก็บอกซาโตมิพูดเรื่องอะไรที่พวกเธอมาเพราะเป็นห่วงว่าซาโตมิโทรเรียกพูดเรื่องที่เกือบถูกรถชนแล้วฮาริซุกาวะก็ตาย แต่เพื่อนสาวคนผมยาวบอกซากิพูดผิดแล้วต้องเป็นฮาริซุกาวะหายตัวไปต่างหาก ซาโตมิก็พยายามหลอกว่าแค่โทรแกล้ง ด้านฮาริซุกาวะพอเห็นว่าเป็นเพื่อนของซาโตมิก็หวังแค่ว่าจะอยู่ไม่นาน

ซาโตมิบอกว่าเธอแค่คิดเข้าใจผิดไปเองเป็นแค่เรื่องไร้สาระ ซากิก็สงสัยว่าเข้าใจผิดเหรอเพราะดูไม่สมกับเป็นซาโตมิ แต่สาวผมยาวก็บอกดีแล้วที่ซาโตมิไม่เป็นอะไรเช่นเดียวกับสาวแว่น ซาโตมิก็ขอโทษที่ทำให้ทุกคนเป็นห่วง

 
แล้วสาวแว่นก็ถามว่าเข้าใจผิดเรื่องอะไร เรื่องที่จะโดนรถชนทั้งหมดเลยรึเปล่า สาวผมยาวก็ยิ่งเห็นว่าซาโตมิเกือบโดนชนตอนอยู่ประถมด้วยซึ่งตอนนั้นพวกเธอไม่ค่อยรู้รายละเอียดเท่าไร ซากิก็บอกว่าเพราะเรื่องนั้นก็เลยทำให้ซาโตมิที่ยากที่จะคุยกับผู้ชายได้ในตอนนั้นก็ถึงขั้นไปเยี่ยมฮาริซุกาวะทุกวันเลย สาวแว่นก็เลยคิดเอาเองว่าเพราะแบบนั้นแล้วซาโตมิก็เลยคิดจะฆ่าฮาริซุกาวะเพราะเบื่อจะไปเยี่ยมแล้วใช่ไหม ซาโตมิก็บอกสาวแว่นว่าพูดแบบนี้ได้ไง

ตอนนั้นเองสาวผมยาวบอกขอยืมกระจกหน่อยพอดีเหมือนมีอะไรเข้าตา ซาโตมิตกใจและรู้ว่ายังไงก็เอากระจกที่ฮาริซุกาวะอยู่ไปให้ส่องดูไม่ได้แน่ก็เลยรีบไปเปิดกระจกของตู้เสื้อผ้าให้แทน สาวผมยาวก็ใช้โดยไม่สงสัย

 
ขณะที่กระจกตู้เสื้อผ้าเปิดนั้น ด้านฮาริซุกาวะก็มีหน้าต่างอีกบานโผล่ออกมา ฮาริซุกาวะที่ไม่เข้าใจว่าทำไมก็เลยรีบไปดูว่าจะมองจากหน้าต่างที่โผล่มาใหม่นี้

 
ตอนนั้นเองสาวผมยาวก็ถึงกับร้องด้วยความตกใจสุดขีดเพราะเห็นฮาริซุกาวะแบบแววๆ สาวผมยาวบอกเธอเห็นผู้ชายแปลกๆในกระจกแต่ตอนนี้ไม่เห็นแล้ว ซาโตมิคิดว่าสาวผมยาวมองมาเห็นกระจกเวทก็เลยรีบเอาเก็บเข้ากระเป๋า แต่สาวผมยาวบอกหมายถึงบานของตู้เสื้อผ้าต่างหาก

 
ซาโตมิก็เลยงง ซากิก็บอกไม่มีทางที่ผู้ชายจะมาอยู่ห้องของซาโตมิได้แน่ๆ แต่สาวผมยาวยืนยันว่าเห็นจริงๆแถมยังดูด้วยสายตาอาฆาตด้วย สาวแว่นเลยบอกสาวผมยาวคิดไปเองแต่สาวผมยาวก็ยืนยันขอให้เชื่อแต่ก็ไม่มีใครเชื่อ พวกซากิก็เลยขอตัวกลับแต่ถึงตอนกลับสาวผมยาวก็ยังพูดว่าเห็นไม่เลิก

พอเพื่อนๆกลับไปได้แล้วซาโตมิก็โล่งใจหน่อยและเห็นฮาริซุกาวะอยู่ในกระจกตู้เสื้อผ้า ฮาริซุกาวะก็โล่งใจที่พวกซากิกลับไปแล้ว

 
ซาโตมิก็รีบถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมฮาริซุกาวะไปอยู่ในกระจกตู้เสื้อผ้าได้ ฮาริซุกาวะก็บอกไม่รู้เหมือนกันพอดีทีกระจกอีกบานโผล่มาก็เลยลองมาดู ฮาริซุกาวะก็นึกได้ว่าตอนนั้นเขาเห็นกระจกตู้เสื้อผ้าจากในกระจกแล้วกระจกอีกบานก็โผล่มาเลย ฮาริซุกาวะเลยคิดว่าคงเป็นผลจากการสะท้อนของกระจกเวทเหมือนว่าในมิติของกระจกทุกบานจะเชื่อมกัน หรือก็คือหากเอากระจกเวทส่องไปที่กระจกบานอื่นภายในโลกกระจกก็จะเกิดกระจกบานใหม่ได้ ฮาริซุกาวะที่คิดแบบนี้ก็เลยจะกลับไปดูกระจกหลักแต่ปรากฎว่าหายไปแล้ว ซาโตมิก็จำได้ว่าเธอซ่อนไว้ในกระเป๋าเอง

 
แต่พอมาค้นดูปรากฎว่ากระจกเวทไม่อยู่หายไปแล้ว ฮาริซุกาวะก็บอกกระจกอันนั้นคืออันที่มีพลังเวทที่จะสร้างหน้าต่างใบอื่นได้ ถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีทางหนีออกไปได้แน่ ซาโตมิก็คิดได้ว่าเธอคงใส่กระเป๋าของใครสักคนไปแน่

 
ซาโตมิก็เลยไล่โทรถามเพื่อนทีละคนทั้ง จูริกับมิซากิ(ไม่รู้คนไหนคือสาวผมยาวกับสาวแว่น) แต่ปรากฎว่าไม่มี พอโทรไปถามซากิที่กลับถึงบ้านแล้วซากิก็ลองดูในกระเป๋าตัวเองและก็เจอซาโตมิก็เลยโล่งอกและบอกจะรีบไปเอาตอนนี้เลยบอกว่าสำคัญมากๆห้ามซากิแตะเด็ดขาด ซากิก็เข้าใจแต่ก็เห็นว่าเป็นกระจกที่เก่าสกปรกเลยถามซาโตมิมีรสนิยมแบบนี้เหรอ ตอนที่พูดนั้นซากิก็ถือกระจกไปส่องกับกระจกอื่นพอดี

 
ซากิก็แกว่งกระจกไปมาจนไปสะท้อนกระจกในบ้านเต็มไปหมด นั้นเลยทำให้ฮาริซุกาวะเห็นกระจกโผล่มาหลายบ้าน พอมาดูก็เห็นซากิกำลังถือกระจกอยู่ ซาโตมิที่พอเห็นฮาริซุกาวะบอกแบบนี้แล้วก็รีบออกไปเพื่อไปเอาคืนมาแถมบ้านซากิก็อยู่ใกล้ๆด้วย ด้านซากิก็ตกลงใจจะทำความสะอาดกระจกให้ถือเป็นบริการพิเศษ

 
ซากิเลยเอากระจกมาทำความสะอาดในห้องน้ำซึ่งตอนนั้นเองกระจกก็ไปส่องกับกระจกในห้องน้ำพอดีทำให้มีหน้าต่างอีกอันโผล่มาทางด้านฮาริซุกาวะ และพอซากิจะเกิดน้ำล้างก็เผลอเปิดผิดไปเปิดก๊อกฝักบัวเข้าจนเปียกไปทั้งตัวก็เลยคิดว่าไหนๆแล้วก็อาบน้ำเลยดีกว่า ด้านฮาริซุกาวะก็สงสัยดูว่าหน้าต่างที่ปรากฎใหม่นี้คือที่ไหน

 
พอมองดูเท่านั้นเองก็ได้เห็นของดีเข้าจนได้....

 
ฮาริซุกาวะถึงกับตกใจสุดๆแต่ซากิก็ไม่รู้เลยว่าฮาริซุกาวะเห็นอยู่

 
ฮาริซุกาวะที่เจอแบบนี้ก็เลยรีบหลบหน้าทันทีคิดว่าความเป็นมนุษย์ในตัวทำไมน่ากลัวแบบนี้ ในร่างกายฮาริซุกาวะบอกฮาริซุกาวะว่าอย่าต่อต้านให้ดูๆไปซะ แต่ฮาริซุกาวะก็คิดว่าหากทำแบบนั้นตัวตนของเขาก็จะต่ำต้อยไปในทันที

แต่ตอนนั้นเองที่หน้าต่างบานห้องน้ำบ้านซากินั้นฮาริซุกาวะก็เห็นแสงอะไรบางอย่างสะท้อนเข้ามา

 
ด้านซาโตมิมาถึงบ้านซากิแล้ว ฮาริซุกาวะก็รีบเรียกซาโตมิ ซาโตมิก็ถามฮาริซุกาวะว่ารู้ไหมว่ากระจกอยู่ไหนฮาริซุกาวะก็บอกกระจกอยู่ในห้องน้ำทำให้ซาโตมิสงสัยว่าทำไมถึงไปอยู่ในห้องน้ำและก็เห็นจมูกของฮาริซุกาวะมีเลือดกำเดาด้วย ฮาริซุกาวะก็บอกไม่มีอะไรแต่ก็บอกว่ามีปัญหาใหญ่กว่านั้น ตอนนั้นเองแม่ซากิบอกว่าให้ซาโตมิไปรอที่ห้องก่อนเพราะซากิกำลังอาบน้ำ ตอนนั้นเองซาโตมิก็รู้แล้วว่าทำไมฮาริซุกาวะถึงเลือดกำเดาออก

 
ฮาริซุกาวะก็บอกแค่เลี่ยงไม่ได้ซาโตมิก็เลยรู้ว่าฮาริซุกาวะเห็นแน่ๆก็กำลังจะด่าแต่ฮาริซุกาวะบอกว่าไว้ให้ซาโตมิด่าทีหลังมีเรื่องอื่นสำคัญกว่า

หลังจากนั้นซาโตมิก็รีบมาหาแม่ซากิบอกให้รีบเรียกตำรวจตอนนี้เลยและก็หยิบถังดับเพลิงวิ่งออกไปนอกบ้าน

 
นั้นเพราะที่หน้าต่างห้องน้ำบ้านซากิมีคนกำลังแอบถ่ายอยู่ ซาโตมิก็วิ่งมา คนร้ายพอเห็นซาโตมิก็รีบหนีซาโตมิก็จัดการฉีดถังดังเพลิงใส่

 
คนร้ายก็โดนฉีกเข้าไปจนขยับไม่ได้มองไม่เห็นแล้วซาโตมิก็ตามเข้ามาเอาถังดับเพลิงทุบหัวคนร้ายทันที ซากิพอเห็นซาโตมิก็ถามว่าทำอะไรอยู่

 
สรุปแล้วก็เป็นพวกถ้ำมองที่เป็นข่าวลืออยู่ แม่ซากิก็โชคดีที่ซาโตมิเห็น ซากิเองก็ขอบคุณซาโตมิถึงได้ลบที่ถ่ายไปได้ก่อนส่งให้ตำรวจ ซาโตมิก็บอกแค่เรื่องบังเอิญทุกอย่างจบลงได้ด้วยดีแล้วก็ดี แล้วซาโตมิก็เอากระจกคืนแล้วก็ขอตัว แต่ก่อนไปซาโตมิก็บอกซากิว่าฮาริซุกาวะไม่ได้ตั้งใจซึ่งเธอก็ยกโทษให้ฮาริซุกาวะแล้วก็เลยขอให้ซากิยกโทษให้ฮาริซุกาวะด้วย แต่ซากิก็งงๆว่าพูดเรื่องอะไร

 
หลังจากที่ซาโตมิกลับมาถึงฮาริซุกาวะก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะดูจริงๆและพยายามไม่มองตอนที่ตรวจดูว่ามีกล้องแอบถ่ายอยู่แล้วจริงๆ ซาโตมิก็บอกไม่เป็นไรๆแต่ฮาริซุกาวะก็ยังจะยืนยันว่าจะไม่เป็นไรได้ไง นั้นเพราะฮาริซุกาวะไม่อยากให้ซาโตมิต้องเกลียดเขาไม่ว่ายังไงก็ตามไม่งั้นชีวิตได้มืดมนไปเหมือนโลกภายในกระจกนี้แน่ ซาโตมิก็บอกว่าเชื่อฮาริซุกาวะและเธอเองก็ไม่ได้โกรธอะไรเลยด้วยยิ่งกว่านั้นสาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องนี้นั้น...

 
ซาโตมิคิดว่าเพราะเธอไปซื้อกระจกงี่เง่าแบบนี้ก็เลยทำให้ฮาริซุกาวะถูกขัง ซาโตมิเลยขอโทษฮาริซุกาวะซึ่งเธอช่วยอะไรฮาริซุกาวะไม่ได้ ฮาริซุกาวะก็บอกว่าว่าซาโตมิได้ยินที่เขาบอกแล้วไม่ใช่เหรอถ้าไม่ได้กระจกนี้เข้าก็คงตายไปแล้วเพราะแบบนี้ถึงได้มาคุยกับซาโตมิแบบนี้ได้ เพราะฮาริซุกาวะได้ช่วยเขาไว้ ซาโตมิก็กำลังจะบอกว่าแต่ แต่ฮาริซุกาวะก็บอกเลยว่าไม่มีแต่ยังไงนั้นก็คือความจริง

 
ฮาริซุกาวะบอกไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ต้องเกิด ตอนนี้เขาก็คิดเรื่องจะออกจากที่นี่ให้ได้ และเมื่อคิดถึงเรื่องที่รู้ว่าจะบอกได้แค่คนเดียวเท่านั้น หากเกินกว่านั้นก็จะออกไปไม่ได้ ฮาริซุกาวะก็เลยขอโทษซาโตมิที่เป็นคนที่รู้เรื่องนี้ ถึงไม่รู้ว่าซาโตมิจะคิดยังไงแต่ฮาริซุกาวะก็ไม่มีทางเลือกที่จะขอให้ซาโตมิช่วย
 
 
แต่ซาโตมิบอกเธอดีใจที่เธอเป็นคนที่ฮาริซุกาวะบอกให้รู้คนเดียวนั้น ซาโตมิคิดมาตลอดว่าเมื่อไรจะถึงวันที่ตาเธอจะได้ช่วยฮาริซุกาวะบ้างและเวลานั้นก็มาถึง ซาโตมิเลยคิดอยากจะทำช่วยฮาริซุกาวะอย่างดีที่สุด ฮาริซุกาวะก็เลยคิดว่าซาโตมิที่คิดแบบนั้นก็หมายความว่าสิ่งที่เขาพยายามมากไม่เปล่าประโยชน์เลย

 
และซาโตมิก็บอกว่าวันนี้ได้คุยกับฮาริซุกาวะมากขนาดนี้ต่อให้ฮาริซุกาวะอยู่สภาพแบบนี้แต่ก็ทำให้เธอประหม่าอยู่ดี ฮาริซุกาวะก็เลยตกใจแต่ซาโตมิบอกเป็นแค่แรงกดดันที่ต้องรีบหาทางช่วยฮาริซุกาวะ ฮาริซุกาวะที่หวังไปแวบหนึ่งก็เลยเศร้าไปเลย แต่ฮาริซุกาวะก็บอกก่อนเลยว่าไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาเท่าไรถึงจะออกไปได้ อาจจะหลายวันหรือไม่ก็เป็นปีก็ได้ ซาโตมิก็เลยบอกอย่าพึ่งยอมแพ้ตั้งความหวังเอาไว้ ต้องสู้ ฮาริซุกาวะก็ตกลง แล้วทั้งสองก็ชูกำปั้นกันเพื่อแตะกัน

 
แต่พอทั้งคู่แตะกำปั้นผ่านกระจกทันทีนั้นก็เกิดบางสิ่ง

 
กลายเป็นว่าฮาริซุกาวะออกมาได้แต่ซาโตมิเข้าไปอยู่ในกระจกแทน

จบตอน

 

Comment

Comment:

Tweet

how the needs and desires of people can inspire innovative designs and how prototyping methods are evolving for the design of digital technology.

#1 By (27.150.234.20|27.150.234.20) on 2014-08-13 20:43